คล็อปป์ตอบยังไงหลังลิเวอร์พูลลุ้นทำสถิติซิวชัย


หลังจากตอนนี้ ลิเวอร์พูล กำลังมีลุ้นทุบสถิติการชนะใน พรีเมียร์ลีก ติดต่อกันมากที่สุด ล่าสุด เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ออกมาบอกเองว่ามันค่อนข้างเป็นเรื่องยากที่ทีมของตนจะทำแบบนั้นได้ พร้อมลั่น ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องสถิติมากเกินไป

 เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล กล่าวว่ามันเป็นไปได้ยากพอตัวที่ทีมของตนจะทำลายสถติการชนะใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ติดต่อกันมากที่สุดของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ แม้ว่าตอนนี้ "หงส์แดง" ต้องการชนะอีกเพียง 3 นัด สำหรับการสร้างสถิติใหม่ก็ตาม


สำหรับสถิติของ แมนฯ ซิตี้ นั้น อยู่ที่ 18 นัดติดต่อกัน โดยเกิดขึ้นระหว่างช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2017 จนถึงเดือนธันวาคมของปีเดียวกัน ขณะที่ตอนนี้ ลิเวอร์พูล ชนะในลีกมาแล้ว 16 นัดรวด ขณะที่เกมลีก 3 นัดต่อจากนี้ของพวกเขาคือการเปิดบ้านรับมือ เลสเตอร์ ซิตี้, ไปเยือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเฝ้าบ้านรอดวล ท็อตแน่ม ฮ็ฮทสเปอร์

   คล็อปป์ ให้ความเห็นถึงการลุ้นทำสถิติดังกล่าวว่า "มันมีเกมที่น่าสนใจหลายนัดรออยู่ มันดูเป็นไปได้ยากมากๆ เลยนะ แต่ตอนนี้เราจะพยายามให้ความสำคัญในเกมกับ ซัลซ์บวร์ก (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก) เป็นอันดับแรก แล้วค่อยตามด้วยเกมกับ เลสเตอร์ ส่วนหลังจากนั้นมันก็จะเป็นช่วงโปรแกรมเกมทีมชาติ ก็หวังว่าทุกคนจะกลับมาโดยที่ไม่มีอาการบาดเจ็บติดตัวมาด้วยแล้วกัน นั่นถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ"

    กุนซือชาวเยอรมันเสริมว่าตนแค่พยายามจะพาทีมชนะให้ได้ในแต่ละนัด ไม่ได้หมกมุ่นอยู่กับเรื่องสถิติแต่อย่างใด "ผมพยายามจะทำความเข้าใจถึงความคิดของคนอื่นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ นะ แต่ในความคิดของผมน่ะ ผมไม่ได้สนใจเรื่องตัวเลขเหล่านั้นหรอก มันเป็นเพียงตัวเลขเท่านั้น"

    "คุณจะสามารถเก็บชัยชนะต่อเนื่องแบบนี้ได้ก็ต่อเมื่อคุณมีสมาธิอยู่กับนัดต่อไปอย่างเต็มที่ ซึ่งนัดต่อไปของเราคือเกมกับ ซัลซ์บวร์ก ที่เป็นคนละรายการ แล้วจากนั้นเราก็ต้องเจอกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งถือเป็นเกมที่ยากมากๆ คุณสามารถสร้างประเด็นต่างๆ ขึ้นมาได้เสมอ ในกรณีของเรานั้นประเด็นที่จะถูกพูดถึงอยู่ตลอดก็คือเรื่องที่ว่าเราเก็บชัยชนะได้มากแค่ไหน ต่อให้จะไม่มีใครพูดถึงเรื่องเหล่านั้น มันก็จะมีคนที่คิดว่าคุณต้องแพ้สักเกมอยู่ดี"

    "ในตอนที่เราลงเล่นกับ ซัลซ์บวร์ก หรือ เลสเตอร์ หลายคนก็จะพูดถึงเกมแบบเป็นทางการหนสุดท้ายที่เราแพ้ที่ แอนฟิลด์ แต่เราจะไม่สนใจเรื่องพรรค์นั้นหรอก เราพยายามที่จะทำผลงานให้ดีที่สุดในสถานการณ์นั้นๆ มันก็แค่นั้นเอง"